เกี่ยวกับเรา

0

                       

 

          เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งกลุ่มจังหวัดเพื่อบูรณาการงานของพื้นที่ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนงบประมาณสนับสนุนใช้จากงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งจัดสรรผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

พ.ศ. 2550 รัฐบาลได้จรา พ.ร.บ. บริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 กำหนดให้จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด สามารถยื่นคำขอจัดตั้งงบประมาณได้ โดยให้ถือว่าจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกำหนดให้มีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดได้โดยตราพระราชกฤษฎีกา

พ.ศ. 2551 รัฐบาลได้ตรา พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2551 เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารงาน การจัดทำแผนพัฒนา การจัดสรรงบประมาณของจังหวัดและกลุ่มจังหวัด และกำหนดกลไกคณะกรรมการนโยบายบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คณะกรรมการบริหารงานกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.ก.) มีหัวหน้ากลุ่มจังหวัดเป็นประธาน และคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

พ.ศ. 2552 คณะกรรมการนโยบายบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการได้มีประกาศฯ ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 เรื่อง การจัดตั้งกลุ่มจังหวัดและกำหนดจังหวัดที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการของ กลุ่มจังหวัด จำนวน 18 กลุ่มจังหวัด

พ.ศ. 2560 ในการประชุมคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ได้มีมติ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560 ให้มีการจัดทำแผนงานบูรณาการระดับภาค จำนวน 6 ภาค และได้มีมติคณะรัฐมนตรีลงวันที่ 24 ตุลาคม 2560 เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาภาค (ก.บ.ภ.) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2560 มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและวางระบบในการบริหารงานภาคกำหนดนโยบายหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาภาค โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมทั้งได้มีการจัดตั้งภาค 6 ภาค และปรับปรุงกลุ่มจังหวัดใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมีการยุบรวมและจัดตั้ง          กลุ่มจังหวัด และปรับเปลี่ยนสมาชิกในกลุ่มจังหวัดดังในปัจจุบัน

  1. ข้อมูลทั่วไป ศักยภาพที่สำคัญ และทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2

สำหรับข้อมูลทั่วไป ศักยภาพที่สำคัญ และทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ที่สำคัญ ดังนี้

1.1. ข้อมูลทั่วไป

– พื้นที่ 19,474 ตร.กม. หรือ 12.2 ล้านไร่

– เขตการปกครอง 3 จังหวัด 37 อำเภอ 227 ตำบล 3,174 หมู่บ้าน

– จำนวนประชากร 2.2 ล้านคน

– ผลิตภัณฑ์มวลรวมของกลุ่มจังหวัดฯ (GPCP) 124,325 ล้านบาท (ปี 2560) มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สำคัญ 3 ลำดับแรกได้แก่

(1) เกษตรกรรม 32,810 ล้านบาท

(2) การศึกษา 22,539 ล้านบาท

(3) ค้าปลีกค้าส่ง 16,519 ล้านบาท

– รายได้ต่อหัว (GPCP per capita) 72,399 บาท/คน/ปี               (ปี 2560)

 

1.2 ศักยภาพที่สำคัญ คือ

1.2.1) การมีแนวชายแดนติดต่อกับ สปป. ลาว ตามแนวลำน้ำโขง ระยะทางรวม 246 กิโลเมตร จึงนับเป็นกลุ่มจังหวัดที่มีที่ตั้งโดดเด่น ที่เชื่อมโยงภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับ สปป.ลาว ไปยังเวียดนาม และ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน และทะเลจีนใต้ ตามเส้นทาง R9 ทางสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 จังหวัดมุกดาหาร  และเส้นทาง R12 ทางสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 3 จังหวัดนครพนม

1.2.2) มูลค่าการค้าชายแดนรวมของสะพานมิตรภาพ แห่งที่ 2 และแห่งที่ 3 ปี 2562 จำนวน 310,146 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน ร้อยละ 9.2

1.2.3) เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จำนวน 2 เขต ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดนครพนมและเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดมุกดาหาร ครอบคลุม 4 อำเภอ 21 ตำบล พื้นที่รวม 1,373 ตารางกิโลเมตร หรือ 857,267 ไร่

1.2.4) ท่าอากาศยาน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานจังหวัดนครพนม และท่าอากาศยานจังหวัดสกลนคร จำนวนผู้โดยสารรวม ประมาณ 720,000 คนต่อปี

1.2.5) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร มีผู้เยี่ยมชมมากกว่า 7 หมื่นคนต่อปี และผู้เข้ารับการอบรม 3-5 พันคนต่อปี มีความโดดเด่นหลายด้าน เช่น ป่าไม้ ปศุสัตว์ ข้าว พืชสวน ประมง สมุนไพร ผ้าย้อมคราม เป็นต้น

1.2.6) มีมหาวิทยาลัย 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร, มหาวิทยาลัยนครพนม

1.2.7) ศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ มีนักท่องเที่ยว จำนวน 4.1 ล้านคน รายได้การท่องเที่ยว 6,422 ล้านบาท อัตราการเติบโตร้อยละ 10

1.2.8) ศักยภาพด้านการเกษตร การผลิตภาคการเกษตร โดยมีผลผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี ยางพารา อ้อยโรงงาน ไก่พื้นเมือง ไก่ไข่ โคเนื้อ และสุกร โดยผลิตภัณฑ์มวลรวม สาขาเกษตรกรรม 2560 เท่ากับ 32,810 ล้านบาท

1.3  ทิศทางการพัฒนากลุ่มจังหวัดฯ ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนา (วิสัยทัศน์) คือ “ครัวอาหารปลอดภัย ศูนย์กลางการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” ประกอบด้วยการพัฒนา 4 ประเด็นการพัฒนา ได้แก่

1.3.1) ประเด็นการพัฒนาที่ 1 การท่องเที่ยว 3 ธรรม (ธรรมะ ธรรมชาติ วัฒนธรรม) เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน มีจังหวัดนครพนมเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการ

1.3.2) ประเด็นการพัฒนาที่ 2 การส่งเสริมการพัฒนาการผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร และอาหารปลอดภัย มีจังหวัดสกลนครเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการ

1.3.3) ประเด็นการพัฒนาที่ 3 การพัฒนาขีดความสามารถด้านการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ให้กับภาคธุรกิจในพื้นที่ มีจังหวัดมุกดาหารเป็นเจ้าภาพในการบูรณาการ

1.3.4)ประเด็นการพัฒนาที่ 4 การพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง มีจังหวัดสกลนครเป็นเจ้าภาพในการ บูรณาการ

ทั้งนี้ กลุ่มจังหวัดฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อรับผิดชอบจัดทำและบูรราการโครงการตามประเด็นการพัฒนาดังกล่าว ตามคำสั่งกลุ่มจังหวัดที่ 12/2561 เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 (ปรากฏเอกสาร 1)

อ่านเพิ่มเติ่มคลิก

แชร์